ศูนย์ฝนหลวงหัวหิน




ที่มาและความสำคัญ

ในระยะเริ่มแรกบุกเบิกโครงการฝนหลวง เมื่อมีการทดลองปฏิบัติการในท้องฟ้าเป็นครั้งแรกพ.ศ. 2512 และมีการปฏิบัติการทำฝนหวังผลกู้ภัยแล้งตามการทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาของราษฎรเป็นครั้งแรก ควบคู่กับการปฏิบัติการค้นคว้าทดลองพัฒนากรรมวิธี ตั้งแต่ พ.ศ.2514 เป็นต้นมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงบริหารโครงการด้วยพระองค์เองอย่างใกล้ชิด โดยทรงตั้งศูนย์อำนวยการซึ่งต่อมาทรงเรียกว่า ศูนย์ฝนหลวงและทรงเรียกโดยย่อว่า ศฝล.ขึ้น ณ อาคารสถานีวิทยุ อ.ส. พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน เพื่อทรงใช้เป็นศูนย์บัญชาการถ่ายทอดพระราชกระแสและข้อแนะนำทางเทคนิคพระราชทานในการวิจัย การค้นคว้าทดลอง การพัฒนาขั้นตอนกรรมวิธีและเทคนิคในการทำฝนหลวงรวมทั้งทรงบัญชาการปฏิบัติการฝนหลวงพิเศษซึ่งทรงเรียกย่อว่า ฝลพ. ด้วยพระองค์เอง ทั้งโดยตรงหรือผ่านข่ายวิทยุตำรวจ ข่ายโทรพิมพ์ส่วนพระองค์ หรือข้าราชการสำนักที่โปรดเกล้าฯ ให้มีส่วนร่วมเช่น องคมนตรี ราชเลขาธิการ สมุหราชองครักษ์ ศ.ร.ภ. สำนักพระราชวัง เป็นต้น โดยทรงระดมบุคลากรทั้งที่เป็นข้าราชสำนักที่มีรหัสเรียกขานว่า ศุภราช และอส. ผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง (ส่วนใหญ่ เป็นข้าราชการเกษียณอายุแล้ว เช่น องคมนตรีบางท่าน อดีตอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยาอธิบดีกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ เป็นต้น) สำหรับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประกอบด้วยปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในขณะนั้น (ดร. แสวงกุล ทองคำ) อธิบดีกรมการข้าว (ม.จ. จักรพันธ์เพ็ญศิริ จักรพันธ์ ตำแหน่งและพระยศในขณะนั้น) ม.ร.ว.เทพฤทธิ์ เทวกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านเกษตรวิศวกรรม และนักวิชาการฝนหลวงรุ่นแรกบางนายเข้าไปร่วมอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มแรกโครงการมาจนผ่านพ้นช่วงการวิจัย จนถึงการปฏิบัติการค้นคว้าทดลองเพื่อพัฒนาขั้นตอนกรรมวิธี และการปฏิบัติการกู้หรือขจัดภัยแล้งตลอดมา ยังไม่มีพระราชกระแสให้ยกเลิก จึงยังคงสถานะเป็นศูนย์ฝนหลวง (ณ พระตำหนักจิตรดา) และทรงมีพระราชกระแสรับสั่งถึงกับคณะผู้เข้าเฝ้าฯอยู่เนืองๆ จนถึงปัจจุบัน


หลังจากการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แบ่งส่วนราชการก่อตั้งสำนักงานปฏิบัติการฝนหลวงเป็นหน่วยงานถาวรขึ้นในสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตั้งแต่ พ.ศ. 2518 เป็นต้นมา ในฐานะองค์กรรองรับด้านการปฏิบัติการฝนหลวงโดยตรง ได้มีการจัดตั้งคณะปฏิบัติการฝนหลวงเพิ่มมากขึ้นตามลำดับ แม้จะทรงเพลาการปฏิบัติพระราชกรณียกิจด้านการวิจัยและการค้นคว้าทดลองลงบ้าง แต่ยังทรงพัฒนาเทคนิคเพื่อให้การประยุกต์เทคโนโลยีฝนหลวงให้สัมฤทธิ์ผลได้อย่างแม่นยำรวมทั้งทรงติดตามผลปฏิบัติการอย่างใกล้ชิดโดย โปรดเกล้าฯ ให้คณะปฏิบัติการฝนหลวงแต่ละคณะถวายรายงานการปฏิบัติการประจำวันมาอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน และยังคงพระราชทานข้อแนะนำทางเทคนิคเพื่อพัฒนาขั้นตอนกรรมวิธีการปฏิบัติการตามเทคโนโลยีฝนหลวงให้มีศักยภาพและประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมทั้งโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งคณะปฏิบัติการฝนหลวงพิเศษกู้ภัยแล้งที่ทรงมีส่วนร่วมและบัญชาการด้วยพระองค์เองอย่างใกล้ชิดอยู่เนืองๆ เสมอมา นอกจากนั้นยังโปรดเกล้าฯ ให้ฯพณฯ องคมนตรีบางท่าน เช่น ฯพณฯ องค์มนตรีพระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าจักรพันธ์ เพ็ญศิริ จักรพันธ์เสด็จมาตรวจเยี่ยมสำนักงานและคณะปฏิบัติการฝนหลวงอยู่เนืองๆ เพื่อพระราชทานขวัญกำลังใจและแสดงถึงพระมหากรุณาธิคุณว่ามิได้ทอดทิ้งแต่ทรงมีพระราชกรณียกิจอื่นอีกมากมาย ศูนย์ฝนหลวง(พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน) จึงยังคงอยู่ถึงปัจจุบัน ดังจะเห็นได้ว่าทรงมีพระราชกระแสถึงศูนย์ฝนหลวงและทรงเรียกคณะปฏิบัติการฝนหลวงพิเศษว่า คณะปฏิบัติการฝนหลวงเคลื่อนที่เร็วติดตามพระองค์และเมื่อครั้งที่ท่านปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในขณะนั้น (นายปิติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา) นำคณะข้าราชการในสังกัดและ คณะบุคลากรของคณะปฏิบัติการฝนหลวงพิเศษกู้ภัยแล้ง พ.ศ. 2542เข้าเฝ้าทูลละออง ธุลีพระบาท ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2542 ยังทรงมีพระราชกระแสรับสั่งถึง


ในระยะเริ่มแรกบุกเบิกโครงการฝนหลวง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ใช้สนามบินบ่อฝ้าย อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นฐานปฏิบัติการหลักในการวิจัย การค้นคว้าทดลองเพื่อพัฒนาขั้นตอนกรรมวิธีและเทคนิคในการปฏิบัติการฝนหลวงมาตั้งแต่ พ.ศ. 2512 เป็นต้นมา และเสด็จพระราชดำเนินมาทรงประกอบพระราชกรณียกิจดังกล่าวด้วยพระองค์เอง ทั้งระหว่างที่ทรงแปรพระราชฐานมาประทับ ณ พระราชวังไกลกังวล หรือทรงบัญชาการมาจากพระตำหนักจิตรลดารโหฐานผ่านข่ายวิทยุตำรวจ กรมการบินพาณิชย์ได้จัดอาคารท่าอากาศยานในขณะนั้นให้เป็นสถานที่ทรงงาน จึงเรียกกันว่า “ศาลาที่ประทับ” ตั้งแต่นั้นมา หรือเมื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้คณะปฏิบัติการฝนหลวงมาปฏิบัติการในพื้นที่นี้ ทั้งปฏิบัติการฝนหลวงของกระทรวงเกษตรฯ ตามปกติและปฏิบัติการฝนหลวงพิเศษตามพระราชประสงค์ ครั้งล่าสุดได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงตรวจเยี่ยมศูนย์ฝนหลวงหัวหิน และคณะปฏิบัติการฝนหลวงพิเศษเคลื่อนที่เร็วติดตามพระองค์ เพื่อทรงบรรยายและสาธิตการทำฝนหลวงแก่นักเรียนไกลกังวลในรายการศึกษาทัศน์ของมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2544 และยังได้รับการบำรุงรักษาให้คงสภาพพร้อมที่ใช้เป็นศาลาที่ประทับได้ทุกขณะตลอดมาจนถึงปัจจุบัน จึงนับได้ว่าสถานที่นี้มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของโครงการฝนหลวง

ในปี พ.ศ. 2542 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้ง คณะปฏิบัติการฝนหลวงพิเศษกู้ภัยแล้งพ.ศ. 2542 ณ สนามบินนครสวรรค์และสนามบินพิษณุโลก ในภารกิจนี้ทรงพระกรุณาพระราชทานพระบรมราโชบาย ข้อแนะนำทางเทคนิค และทรงประดิษฐ์แผนภาพ (การ์ตูน) พระราชทานให้ใช้เป็นตำราฝนหลวงพระราชทาน หลังสิ้นสุดปฏิบัติการฝนหลวงพิเศษกู้ภัยแล้งแล้ว โปรดเกล้าฯให้ปฏิบัติการฝนหลวงปกติในฤดูฝนต่อไปอย่างต่อเนื่อง เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงแปรพระราชฐานมาประทับ ณ พระราชวังไกลกังวล หัวหิน ตั้งแต่ต้นฤดูฝน พ.ศ. 2542 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้จัดส่งคณะปฏิบัติการฝนหลวงเคลื่อนที่เร็วติดตามพระองค์ เคลื่อนย้ายมาปฏิบัติการฝนหลวงให้แก่ภาคใต้ตอนบน อันประกอบด้วยลุ่มน้ำเพชรบุรี และลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลตะวันออกจังหวัดประจวบคีรีขันธ์โดยตั้งฐานปฏิบัติการ ณ สนามบินทหารบก ค่ายธนรัชต์ อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์จนถึง พ.ศ. 2543 แล้วย้ายมาตั้งฐานปฏิบัติการ ณ ท่าอากาศยานหัวหิน ซึ่งได้รับการปรับปรุง ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว (ยกระดับจากสนามบินบ่อฝ้ายเดิมเป็นท่าอากาศยานนานาชาติหัวหิน) ตั้งแต่พ.ศ. 2544 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน (พ.ศ. 2550) สนองพระบรมราโชบาย ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2542 และปีต่อ ๆ มาจนถึงปัจจุบัน พ.ศ. 2550


ที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิฝนหลวง (นายเมธา รัชตะปีติ) ได้หารือกับผู้อำนวยการกองงานส่วนพระองค์ (นาย ดิสธร วัชโรทัย) และมีความเห็นร่วมกันว่า สมควรที่จะสืบทอดเจตนารมณ์ของศูนย์ฝนหลวงที่ทรงจัดตั้งขึ้น ณ พระตำหนักจิตรลดา โดยจัดตั้งเป็น ศูนย์ฝนหลวงหัวหิน ณ ศาลาที่ประทับ ท่าอากาศยานหัวหิน และได้มีการกราบบังคมทูลขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้สถานที่นี้เป็นที่ตั้งศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงพิเศษและฐานปฏิบัติการของคณะปฏิบัติการฝนหลวงเคลื่อนที่เร็วติดตามพระองค์ เมื่อครั้งที่เสด็จพระราชดำเนินมาทรงประกอบพระราชกรณียกิจ เมื่อ วันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2544 ดังกล่าว


กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตระหนักในพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นและพระปรีชาสามารถที่ทรงประดิษฐ์คิดค้นและพระราชทานเทคโนโลยีฝนหลวง ให้เป็นมาตรการในการแก้ไขปัญหาทุกข์ยากของราษฏรให้รอดพ้นจากภัยพิบัติเนื่องจากภัยแล้ง และการขาดแคลนทรัพยากรน้ำของชาติโดยรวมได้อย่างสัมฤทธิ์ผลเป็นที่ประจักษ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เสนอให้คณะรัฐมนตรีในขณะนั้นมีมติเฉลิมพระเกียรติในฐานะทรงเป็น “พระบิดาแห่งฝนหลวง” และกำหนดให้วันที่ 14 พฤศจิกายนของทุกปีเป็น “วันพระบิดาแห่งฝนหลวง” แล้ว ตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2545 จึงเห็นควรพัฒนาศูนย์นี้ให้เป็น ศูนย์ฝนหลวงหัวหิน ให้มีศักยภาพพร้อมที่จะสนองพระราชประสงค์ได้อย่างสมพระเกียรติสืบไป


ศาลาที่ประทับที่ได้รับมอบให้เป็นห้องทรงงานมาตั้งแต่ พ.ศ. 2512 สถานภาพของศูนย์ฝนหลวงหัวหินปัจจุบัน






1. พัฒนาการของศูนย์ฝนหลวงหัวหิน

ศูนย์ฝนหลวงหัวหินเริ่มต้นดำเนินการภาระหน้าที่ทางพฤตินัยมาตั้งแต่ พ.ศ.2543 และได้รับการพัฒนาก้าวหน้ายิ่งขึ้น ในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินมา ฐานปฏิบัติการฝนหลวง ณ ท่าอากาศยานหัวหิน เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2544 เพื่อทรงบรรยายเรื่องฝนหลวง ในรายการศึกษาทัศน์ของมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ศูนย์ฝนหลวงหัวหินจึงได้รับการพัฒนาปรับปรุงห้องทรงงาน ณ ศาลาที่ประทับ ซึ่งท่าอากาศยานหัวหินมอบพื้นที่ให้ ได้เริ่มมีการพัฒนาระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ด้วยอุปกรณ์เท่าที่มีอยู่ในขณะนั้น พอที่จะเริ่มต้นจัดทำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศฝนหลวงสามารถถวายรายงานโดยตรงและตามพระราชประสงค์ผ่านเครือข่ายกองงานส่วนพระองค์ ในวันนั้นได้มีการกราบบังคมทูลทรงทราบเกี่ยวกับภาระหน้าที่ศูนย์ฝนหลวงหัวหินด้วย


ในวโรกาสที่รัฐบาลมีมติ ค.ร.ม. เฉลิมพระเกียรติในฐานะทรงเป็นพระบิดาแห่งฝนหลวงในปี 2545 และมีมติให้ทุกวันที่ 14 พฤศจิกายนของทุกปีเป็นวันพระบิดาแห่งฝนหลวง คณะที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิฝนหลวง และปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในขณะนั้น (นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา) เห็นพ้องและมีมติให้ศูนย์ฝนหลวงหัวหินเป็นศูนย์เฉลิมพระเกียรติและเป็นศูนย์ต้นแบบ ได้มีการจัดทำหนังสือศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงพิเศษเฉลิมพระเกียรติขึ้นทูลเกล้าฯถวายด้วย (ปัจจุบันคือศูนย์ฝนหลวงหัวหิน) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงได้ทำการพัฒนาปรับปรุงอาคารศาลาที่ประทับ ซึ่งเป็นอาคารท่าอากาศยานเดิมที่กรมการขนส่งทางอากาศมอบให้เป็นอาคารที่ทำการทั้งหลัง ประกอบด้วยห้องทรงงานและที่ทำการของศูนย์ฝนหลวงหัวหินทั้งระบบ ประกอบกับมีเอกชนบริจาคคอมพิวเตอร์พร้อมอุปกรณ์ครบชุด ทำให้สามารถพัฒนายกระดับระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์และระบบเทคโนโลยีสารสนเทศให้มีศักยภาพและประสิทธิภาพยิ่งขึ้น สามารถเชื่อมโยงกับเครือข่ายของพระราชวังไกลกังวล ถวายรายงานต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้โดยตรง ซึ่ง ฯพณฯ องคมนตรีอำพล เสนาณรงค์ ได้นำคณะฯ เข้าเฝ้า ณ พระตำหนักเปี่ยมสุข พระราชวังไกลกังวล ทูลเกล้าฯ ถวายกุญแจห้องทรงงาน ณ ศูนย์ฝนหลวงหัวหิน เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2545


ในปี พ.ศ.2547 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้จัดสรรงบประมาณให้ดำเนินการก่อสร้างลานจอดเครื่องบินฝนหลวง อาคารจอดและซ่อมบำรุงอากาศยาน 2 หลัง อาคารเก็บสารฝนหลวงและอาคารบรรยายสรุปในพื้นที่ต่อเนื่องกับอาคารศูนย์ฝนหลวงหัวหิน ซึ่งท่าอากาศยานหัวหินได้มอบพื้นที่เพิ่มให้ เพื่อให้เป็นสัดส่วนและสมพระเกียรติที่เป็นศูนย์เฉลิมพระเกียรติ ลงมือก่อสร้างตั้งแต่ปลายปี พ.ศ. 2547 กำหนดแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2548


ประกอบกับคณะที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิฝนหลวงได้ประสานงานให้บริษัทปูนซีเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) ให้บริจาคเงินสนับสนุนแผนพัฒนาโครงการฝนหลวงของคณะที่ปรึกษาฯ ครั้งแรกจำนวน1,000,000.- บาท เมื่อปลายปี 2546 และครั้งที่ 2 อีก 1,000,000.-บาท เมื่อปี 2547 ซึ่งได้จัดตั้งเป็น “กองทุนพัฒนาโครงการฝนหลวง” ศูนย์ฝนหลวงหัวหิน ได้อาศัยกองทุนพัฒนาโครงการฝนหลวงดังกล่าว ทำการพัฒนายกระดับระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์พร้อมอุปกรณ์ครบชุดเป็นแม่ข่าย และพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศให้มีศักยภาพ ประสิทธิภาพ และขีดความสามารถสูงยิ่งขึ้น ศูนย์ฝนหลวงหัวหิน จึงเป็นรูปธรรมอย่างครบถ้วน และบริจาคให้อีกปีละ 1,000,000.-บาท ในปี พ.ศ. 2548, 2549, 2550 และคงได้รับการสนับสนุนในปีต่อๆ ไป



2. สถานภาพศูนย์ฝนหลวงหัวหิน ระหว่าง พ.ศ. 2543 - 2548

2.1 ถึงแม้ว่าศูนย์ฝนหลวงหัวหินจะเป็นที่ยอมรับ มีการพัฒนาก้าวหน้าและดำเนินการตามภาระหน้าที่อย่างเป็นรูปธรรมมาตามลำดับดังกล่าวในข้อ 1. แต่มีสถานภาพเพียงในทางพฤตินัยศูนย์ฝนหลวงหัวหิน ยังไม่ถูกจัดให้เป็นหน่วยงานในโครงสร้างของสำนักฝนหลวงและการบินเกษตรอย่างเป็นทางราชการ หรือให้มีสถานภาพทางนิตินัย


2.2 ด้วยสถานภาพดังกล่าวตามข้อ 2.1 ศูนย์ฝนหลวงหัวหินจึงไม่มีงบประมาณค่าใช้จ่ายและบุคลากรของตนเอง ที่สามารถพัฒนาก้าวหน้ามาตามลำดับดังกล่าวในข้อ 1 ได้รับการสนับสนุนในด้านการพัฒนาอาคารสถานที่ อุปกรณ์ที่มีอยู่แล้วและบุคลากรที่ปฏิบัติในโครงการอื่นหรือภารกิจอื่นที่มาปฏิบัติการอยู่ ณ ศูนย์ฝนหลวงหัวหิน ฉะนั้นบุคลากรดังกล่าวจึงน่ายกย่องชมเชย เพราะนอกจากความรับผิดชอบในหน้าที่ของตนเองอยู่แล้วยัง เสียสละมาปฏิบัติงานช่วยศูนย์ฝนหลวงหัวหินอีกด้านหนึ่งด้วย จนพัฒนาก้าวหน้ามาถึงปัจจุบัน ในการดำเนินการตามภาระหน้าที่ของศูนย์ฝนหลวงหัวหินต้องอาศัยเจียดจ่ายงบประมาณจากแผนงาน และหน่วยงานอื่นของสำนักฝนหลวง และการบินเกษตรแต่มีปัญหาติดขัดทางพิธีการงบประมาณ และระเบียบปฏิบัติของสำนักฝนหลวงและการบินเกษตรเองนอกจากจะล่าช้าไม่ทันการแล้ว บางกรณีไม่อาจเบิกจ่ายได้ และบางกรณีเจียดจ่ายมาสนับสนุนการดำเนินการตามภาระหน้าที่ของศูนย์ฝนหลวงหัวหินได้เพียงบางส่วน


2.3 แต่ด้วยความสำคัญของศูนย์ฝนหลวงหัวหิน และโครงการฝนหลวง จึงมีเอกชนบริจาคเงินสนับสนุนในปี 2545 เป็นมูลค่า 450,000.-บาท และจากบริษัทปูนซีเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) ในปลายปี 2546 จำนวน 1,000,000.-บาท และอีกปีละ 1,000,000.-บาท เมื่อพ.ศ. 2547–2550จึงช่วยให้ศูนย์ฝนหลวงหัวหิน มีค่าใช้จ่ายในการพัฒนาและดำเนินการภารกิจตามภาระหน้าที่ได้ถึงระดับดังกล่าวในข้อ 1 และคงจะยังได้รับบริจาคในปีต่อๆ ไปจากบริษัทปูนซีเมนต์ไทยจำกัด (มหาชน)


2.4 งบประมาณที่ได้รับจัดสรรโดยตรงเป็นครั้งแรกในปี 2548 เป็นค่าก่อสร้างลานจอดเครื่องบินโรงเก็บและซ่อมอากาศยาน อาคารเก็บรักษาและผสมสารฝนหลวงดังกล่าวในข้อ 1 รวมเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 18,469,200.-บาท


2.5 จนในการประชุมคณะที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิฝนหลวง ครั้งที่ 2/2547 มีมติให้ใช้ชื่อศูนย์ฝนหลวงหัวหินอย่างเป็นทางราชการ และให้เป็นหน่วยงานระดับส่วนอยู่ในโครงสร้างสำนักฝนหลวงและการบินเกษตร



3. สถานภาพปัจจุบันของศูนย์ฝนหลวงหัวหิน (2550)

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ออกคำสั่งสำนักปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ 131/2548 ลงวันที่ 11 มีนาคม 2548 และคำสั่งที่ 300/2548 เรื่องจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงประจำภาค โดยกำหนดให้ศูนย์ฝนหลวงหัวหินมีสถานภาพเทียบเท่าระดับส่วน


“มีหน้าที่ความรับผิดชอบให้ศูนย์ฝนหลวงหัวหินมีฐานะเทียบเท่าส่วนในสังกัดสำนักฝนหลวงและการบินเกษตร มีหน้าที่เป็นศูนย์ต้นแบบในการสืบทอดตามภาระหน้าที่ ทั้งด้านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี การปฏิบัติการฝนหลวงพิเศษตามพระราชประสงค์โดยตรง และการปฏิบัติการฝนหลวงในพื้นที่ลุ่มน้ำภาคเป้าหมายภาคใต้ตอนบน รวมทั้งเป็นศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยี ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญแก่บุคลากรของสำนักฝนหลวงและการบินเกษตร องค์กรสนับสนุนที่เกี่ยวข้องกับโครงการฝนหลวงทั้งในและต่างประเทศ การบังคับบัญชาสั่งการและกำกับดูแลให้ขึ้นตรงกับผู้อำนวยการสำนักฝนหลวงและการบินเกษตร”


ในปี 2550 สำนักฝนหลวงและการบินเกษตร ได้ปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมแต่ยังอยู่ในกรอบดังกล่าว



4. ภารกิจตามภาระหน้าที่ที่กำลังดำเนินการอย่างต่อเนื่องจนถึงขณะนี้ (พ.ศ. 2550)

4.1 จากพัฒนาการดังกล่าวในข้อ 1 ข้อ 2 และสถานภาพปัจจุบันดังกล่าวในข้อ 3 นับว่าสถานภาพของศูนย์ฝนหลวงหัวหินพัฒนาเป็นรูปธรรม พอที่จะดำเนินการตามภาระหน้าที่หลักให้ก้าวหน้าและต่อเนื่อง กล่าวคือ


  • (1) ภารกิจระบบเทคโนโลยีสารสนเทศฝนหลวงของ ศฝล. – หัวหิน สามารถบริหารจัดการ และดำเนินงานเป็นศูนย์ข้อมูลวิชาการฝนหลวงที่มีระบบและเครือข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศที่สมบูรณ์และก้าวหน้าทันยุคทันสมัย เพื่อถวายรายงานเสนอและสนองพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโดยตรงและโดยเฉพาะตามพระราชกระแสและพระราชประสงค์ รวมทั้งเชื่อมโยงระบบข้อมูลเทคโนโลยีสารสนเทศผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของศูนย์ฝนหลวงหัวหินโดยตรงกับเครือข่ายกองงานส่วนพระองค์ ณ พระราชวังไกลกังวล พระตำหนักจิตรดารโหฐาน และห้องทรงงาน ณ ศูนย์ฝนหลวงหัวหินท่าอากาศยานหัวหิน รวมทั้งเชื่อมโยงกับเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องเกื้อกูลต่อการวิจัยพัฒนา และปฏิบัติการฝนหลวง

  • (2) ภารกิจวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีฝนหลวง ตามแผนงานวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีฝนหลวงและเทคนิคต่อยอดหรือเป็นนวัตกรรมใหม่ ที่กำหนดไว้ในโครงการฝนหลวง ให้เหมาะสมกับภูมิอากาศ ภูมิประเทศ ระบบนิเวศน์และสิ่งแวดล้อม ฤดูกาลประจำถิ่น รวมทั้งผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม ให้อยู่ในกรอบตามแนวพระบรมราโชบาย ข้อแนะนำทางเทคนิค และตำราฝนหลวงพระราชทาน รวมทั้งสิทธิบัตรฝนหลวงสนองพระราชประสงค์โดยตรง ปัจจุบันเน้นการพัฒนาสารฝนหลวงปัจจุบัน ให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพตามความต้องการทางวิชาการในขั้นตอนกรรมวิธีเทคโนโลยีฝนหลวง และประดิษฐ์คิดค้นสารฝนหลวงที่เป็นนวัตกรรมใหม่

  • (3) ภารกิจปฏิบัติการฝนหลวง ปฏิบัติการฝนหลวงเคลื่อนที่เร็วติดตามพระองค์หรือปฏิบัติการฝนหลวงพิเศษกู้ภัยแล้ง หรือปฏิบัติการค้นคว้าทดลองตามพระราชกระแสหรือพระราชประสงค์โดยตรงเป็นการเฉพาะกิจและปฏิบัติการฝนหลวงภายใต้กรอบพระบรมราโชบายข้อแนะนำทางเทคนิค ตำราฝนหลวงพระราชทาน และสิทธิบัตรฝนหลวง ให้สัมฤทธิ์ผลตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่กำหนดไว้ในพระบรมราโชบาย เหนือพื้นที่ลุ่มน้ำเป้าหมายในภาคใต้ตอนบน

  • (4) ภารกิจถ่ายทอดเทคโนโลยีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ ดำเนินการด้านการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ กิจกรรมของ ศฝล.–หัวหิน ต่อหน่วยงานอื่นของรัฐ สื่อสารมวลชนและสาธารณชน ภายใต้ขอบเขต หลักการ และอำนาจหน้าที่ ตามที่ สฝษ. กำหนดและมอบหมายให้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับโครงการและเทคโนโลยีฝนหลวงต่อสาธารณชน รวมทั้งการถ่ายทอดแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี ประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญให้แก่บุคลากรของสำนักฝนหลวงและการบินเกษตร และองค์กรที่เกี่ยวข้องเกื้อกูลต่อโครงการฝนหลวงทั้งในและต่างประเทศ

4.2 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำลังจัดทำแผนปรับปรุงโครงสร้างองค์กรของสำนักฝนหลวงและการบินเกษตรปัจจุบัน และยังคงศูนย์ฝนหลวงไว้ในโครงสร้างปรับปรุงใหม่มีฐานะเทียบเท่าส่วนให้แล้วเสร็จในปี 2550


4.3 การก่อสร้างลานจอดเครื่องบิน โรงเก็บและซ่อมบำรุง อาคารเก็บรักษาและผสมสารฝนหลวง และอาคารบรรยายสรุป วางแผนและอำนวยการปฏิบัติการฝนหลวง คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2548 นี้


4.4 สำนักฝนหลวงและการบินเกษตรกำลังจัดสรรบุคลากรให้แก่ศูนย์ฝนหลวงหัวหินให้ปฏิบัติการในกลุ่มภารกิจต่าง ๆ ของศูนย์ฯ ให้ครบถ้วน


สรุปแล้วศูนย์ฝนหลวงหัวหินปัจจุบัน มีสถานภาพพร้อมที่จะดำเนินการเป็นต้นแบบ ทั้งด้านภารกิจ ระบบข้อมูลเทคโนโลยีสารสนเทศ ภารกิจพัฒนาเทคนิคเสริมเทคโนโลยี ภารกิจปฏิบัติการฝนหลวงพิเศษ และฝนหลวงปกติ และภารกิจถ่ายทอดเทคโนโลยี ประสบการณ์ความเชี่ยวชาญและสาธิตการปฏิบัติการฝนหลวงตามพระราชประสงค์


รวมทั้งพัฒนาอาคาร “ศาลาที่ประทับ” ที่ประกอบด้วยห้องทรงงาน และสำนักงานที่ทำการที่เป็นระบบอย่างครบถ้วน การก่อสร้างลานจอดเครื่องบิน โรงเก็บและซ่อมบำรุงอากาศยาน อาคารเก็บรักษาและผสมสารฝนหลวง และอาคารบรรยายสรุปและสัมมนากลุ่มย่อย และอาคารปฏิบัติการค้นคว้าทดลองทั้งด้านฟิสิกส์และเคมี อย่างครบถ้วนในปี พ.ศ.2550 เป็นศูนย์ฝนหลวงหัวหินที่มีความพร้อมเป็นต้นแบบ และเป็นศูนย์เฉลิมพระเกียรติอย่างสมพระเกียรติ




ส่วนที่เป็นท่าอากาศยาน (เดิม) ที่กรมการบินพาณิชย์มอบพื้นที่ให้เป็นศาลาที่ประทับ สำหรับทรงงาน มาตั้งแต่เริ่มแรกการปฏิบัติการค้นคว้าทดลองการทำฝนตั้งแต่ พ.ศ. 2512 เป็นต้นมาน




ศูนย์ฝนหลวงหัวหิน



ความเป็นมาที่น่าสนใจของศูนย์ฝนหลวงหัวหิน
ประวัติความเป็นมาของศูนย์ฝนหลวงหัวหิน
ประวัติวันเทคโนโลยีไทย 19 ตุลาคม
ที่มาวันพระบิดาแห่งฝนหลวง 14 พฤศจิกายน
ประมวลภาพท่าอากาศยานหัวหินจากสนามบินบ่อฝ้าย ที่เริ่มเข้าไปใช้เป็นฐานปฏิบัติการค้นคว้าทดลองการทำฝนตั้งแต่ปี พ.ศ.2512 ...
ประมวลภาพการพัฒนาและก่อสร้างอาคารศูนย์ฝนหลวงหัวหินที่ดำเนินการไปแล้วระหว่างปี พ.ศ.2545-2547
>ประมวลภาพการพัฒนาและก่อสร้างอาคารและสถานที่ของศูนย์ฝนหลวงหัวหินที่สร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ.2548
ประมวลภาพการพัฒนาและก่อสร้างอาคารและสถานที่ของศูนย์ฝนหลวงหัวหินที่สร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ.2549-25510
ประมวลการดำเนินการตามภาระหน้าที่ของศูนย์ฝหลวงหัวหิน ปัจจุบันจนถึงปีมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมายุ 80 พรรษา พ.ศ.2550
>ประมวลภาพที่เสด็จพระราชดำเนินมาศูนย์ฝนหลวงหัวหินตั้งแต่ พ.ศ.2512 จนถึง พ.ศ.2544